วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ชนิดข้อมูลในMySQL

VARCHAR คล้ายกับแบบ CHAR(M) แต่สามารถปรับขนาดตามข้อมูลที่เก็บในฟิลด์ได้ ความกว้างเป็นได้ตั้งแต่ 1 ถึง 255 ตัวอักษร
TINYINT สำหรับเก็บข้อมูลชนิดตัวเลขที่มีขนาด 8 บิต ข้อมูลประเภทนี้เราสามารถกำหนดเพิ่มเติม ในส่วนของ "แอตทริบิวต์" ได้ว่าจะเลือกเป็น UNSIGNED หรือ UNSIGNED ZEROFILL โดยจะมีความแตกต่างดังนี้UNSIGNED : จะหมายถึงเก็บค่าตัวเลขแบบไม่มีเครื่องหมาย แบบนี้จะทำใหสามารถเก็บค่าได้ ตั้งแต่ 0 - 255 UNSIGNED ZEROFILL : เหมือนข้างต้น แต่ว่าหากข้อมูลที่กรอกเข้ามาไม่ครบตามจำนวน หลักที่เรากำหนด ตัว MySQL จะทำการเติม 0 ให้ครบหลักเอง เช่น ถ้ากำหนดให้ใส่ได้ 3 หลัก แล้วทำการเก็บข้อมูล 25 เข้าไป เวลาที่สืบค้นดู เราจะได้ค่าออกมาเป็น 025 หากไม่เลือก "แอ ตทริบิวต์" สิ่งที่เราจะได้ก็คือ SIGNED นั่นก็คือต้องเสียบิตนึงไปเก็บเครื่องหมาย บวก/ลบ ทำ ให้สามารถเก็บข้อมูลได้อยู่ในช่วง -128 ถึง 127 เท่านั้น
TEXT เป็น text ที่ความกว้างเป็นได้สูงสุด 65,535 ตัวอักษร
DATE ขนาดที่เก็บ 3 ไบต์เก็บค่าวันที่ในรูปแบบ YYYY-MM-DDโดยมีค่าตั้งแต่ 1000-01-01 ถึง 9999-12-31
SMALLINT สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 16 บิต จึงสามารถเก็บค่าได้ตั้งแต่ -32768 ถึง 32767 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 65535 (ในกรณี UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย)ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ TINYINT
MEDIUMINT สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขที่มีขนาด 24 บิต นั่นก็หมายความว่าสามารถเก็บ ข้อมูลตัวเลขได้ตั้งแต่ -8388608 ไปจนถึง 8388607 (ในกรณีแบบคิดเครื่องหมาย) หรือ 0 ถึง 16777215(ในกรณีที่เป็น UNSIGNED หรือไม่คิดเครื่องหมาย) ซึ่งสามารถเลือก Attribute เป็น UNSIGNED และ UNSIGNED ZEROFILL ได้เช่นเดียวกับ T
INT ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์UNSIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม 0 ถึง 4294967295SIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม -2147483648 ถึง 2147483647
BIGINT ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์UNSIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม 0 ถึง 18446744073709551615SIGNED เก็บค่าจำนวนเต็ม -9223372036854775808 ถึง 9223372036854775807
FLOAT ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์เก็บค่าจำนวนจริงแบบ IEEEตั้งแต่ -3.402823466E+38 ถึง -1.175494351E-38และ 0และ 1.175494351E-38 ถึง 3.402823466E+38
DOUBLE ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์เก็บค่าจำนวนจริงแบบ IEEEตั้งแต่ -1.7976931348623157E+308 ถึง -2.2250738585072014E-308และ 0และ 2.2250738585072014E-308 ถึง 1.7976931348623157E+308
DECIMAL สำหรับเก็บข้อมูลประเภทตัวเลขทศนิยม เช่นเดียวกับ FLOAT แต่ใช้กับข้อมูลที่ ต้องการความละเอียดและถูกต้องของข้อมูลสูง ข้อสังเกต เกี่ยวกับข้อมูลประเภท FLOAT, DOUBLE และ DECIMAL ก็คือ เวลากำหนดความ ยาวของข้อมูลในฟิลด์ จะถูกกำหนดอยู่ในรูปแบบ (M,D) ซึ่งหมายความว่า ต้องมีการระบุว่า จะให้มี ตัวเลขส่วนที่เป็นจำนวนเต็มกี่หลัก และมีเลขทศนิยมกี่หลัก เช่น ถ้าเรากำหนดว่า FLOAT(5,2) จะ หมายความว่า เราจะเก็บข้อมูลเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม 5 หลัก และทศนิยม 2 หลัก ดังนั้นหากทำการใส่ ข้อมูล 12345.6789 เข้าไป สิ่งที่จะเข้าไปอยู่ในข้อมูลจริงๆ ก็คือ 12345.68 (ปัดเศษให้มีจำนวนหลัก ตามที่กำหนดไว้)
DATETIME ขนาดที่เก็บ 8 ไบต์เก็บค่าวันที่และเวลาในรูปแบบ YYYY-MM-DD HH:mm:SSโดยมีค่าตั้งแต่ 1000-01-01 00:00:00 ถึง 9999-12-31 23:59:59
TIMESTAMP ขนาดที่เก็บ 4 ไบต์เก็บวันที่และเวลาในรูปแบบ String Timestampm = 14 หรือไม่กำหนด -> YYYYMMDDHHmmSSm = 12 -> YYMMDDHHmmSSm = 10 -> YYMMDDHHmmm = 8 -> YYYYMMDDm = 6 -> YYMMDDm = 4 -> YYMMm = 2 -> YYโดยมีค่าตั้งแต่ 1970-01-01 00:00:00 ถึง 2037
TIME ข้อมูลประเภทเวลา สามารถเป็นได้ตั้งแต่ ‘-838:59:59’ ถึง ‘838:59:59’ แสดงผลในรูปแบบ HH:MM:SS
YEAR ข้อมูลประเภทปี คศ โดยสามารถเลือกว่าจะใช้แบบ 2 หรือ 4 หลักถ้าเป็น 2 หลักจะใช้ได้ตั้งแต่ปี คศ 1901 ถึง 2155ถ้าเป็น 4 หลักจะใช้ได้ตั้งแต่ปี คศ 1970 ถึง 2069
CHAR เป็นข้อมูลสตริงที่จำกัดความกว้าง ไม่สามารถปรับขนาดได้ ขนาดความกว้างเป็นได้ตั้งแต่ 1 ถึง 255 ตัวอักษร
TINYBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +1 ไบต์ แต่ไม่เกิน 255 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
TINYTEXT ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +1 ไบต์ แต่ไม่เกิน 255 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
BLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +2 ไบต์ แต่ไม่เกิน 65535 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
MEDIUMBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +3 ไบต์ แต่ไม่เกิน 16777215 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
MEDIUMTEXT ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +3 ไบต์ แต่ไม่เกิน 16777215 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
LONGBLOB ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +4 ไบต์ แต่ไม่เกิน 4294967295 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
LONGTEXT ขนาดที่เก็บตามข้อมูลจริง +4 ไบต์ แต่ไม่เกิน 4294967295 ไบต์เก็บค่าอักษรตามรหัส ASCII หรือข้อมูล BINARY
ENUM ขนาดที่เก็บ 1 หรือ 2 ไบต์ ตามจำนวนค่า value ซึ่งกำหนดได้มากที่สุด 65535 ค่าเก็บค่าตาม value ที่กำหนด
SET ขนาดที่เก็บ 1, 2, 3, 4 หรือ 8 ไบต์ ตามจำนวนค่า value ซึ่งกำหนดได้มากที่สุด 64 ค่าเก็บค่าตาม value ที่กำหนด
BOOL เป็นชนิดข้อมูลที่เก็บได้เพียง2ค่าเท่านั้น คือ True กับ false
BINARY ระบบเลขที่มีสัญลักษณ์เพียงสองตัวคือ
0 (ศูนย์) กับ 1 (หนึ่ง) บางครั้งอาจหมายถึงการที่มีโอกาสเลือกได้เพียง 2 ทาง เช่น ปิดกับเปิด, ไม่ใช่กับใช่, เท็จกับจริง, ซ้ายกับขวา เป็นต้น
VARBINARY คือ มีลักษณะการเก็บคล้าย Varcha คือการเก็บข้อมูลตามที่รับมาจริงเท่านั้น มีขนาดสูงสุดมากถึง
8000 ไบต์

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วิธีการติดตั้ง Appserv - win 32-2.5.9

ดาวน์โหลดโปรแกรม Appserv-win 32-2.5.9

จากเว็บ http://kitt.kvc.ac.th/download ลงในเครื่องของตัวเอง
เมื่อดาวน์โหลดเสร็จให้ดับเบิ้ลคลิก ไฟล์ Appserv-win 32-2.5.9ขี้นมาจะเจอหน้าต่าง
Open File - Security Warning
คลิก Runจะเข้าสู่หน้าจอ AppServ 2.5.9Setup
จากนั้นคลิกปุ่ม Next เพื่อดำเนินการต่อ
คลิก I Agree เพื่อยอมรับข้อตกลง เลือกเส้นทางเก็บโปรแกรมในที่นี้เลือกเป็น
C:\AppServ เพื่อที่จะเก็บตัวโปรแกรม
จากนั้นคลิก Nextแล้วทำการเลือกAppserv Package Components
ให้คลิกเลือกทั้งหมดซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะต้องติดตั้งลงเครื่องของเรา
จากนั้นคลิก Next เพื่อดำเนินการต่อ
ก็จะปรากฎหน้าต่างให้กรอก Server Name ในที่นี้ให้กรอก localhost และกรอก E-mail Address เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Nextจะปรากฏหน้าต่างให้กรอก Password แล้วเลือกรูปแบบภาษาให้เป็น UTF-8 Unicode
เมื่อกรอกเสร็จให้คลิก Install ก็จะเข้าสู่กระบวนการติดตั้งรอสักครู่จากนั้นก็คลิกปุ่ม Finish ก็จะเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการติดตั้ง โปรแกรมAppserv-win 32-2.5.9

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Vocaburaly Database

Database: ดาต้าเบส : ฐานข้อมูล

DBMS (data base management system):ดาต้าเบส เมนเนทเม้น ซิลเต้ม:ระบบการจัดการฐานข้อมูล

Database Administrators : DBAs:ดาต้าเบส แอดมินิสทราเตอร์:ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล

Database Development:ดาต้าเบส ดีวีลอปเม้น:การพัฒนาฐานข้อมูล

Data Definition Language : DDL:ดาต้าดีปฟินิชัน แลงกริช:การพัฒนาฐานข้อมูลในภาษานิยามฐานข้อมูล

Data Interrogation:ดาต้าอินเทอเกชัน:การสืบค้นหาข้อมูล

Graphical and Natural Queries:กราฟิกเชียล แอน เนทรูเรียล คิวเชอไรล:คำถามภาพและธรรมชาติ

Application Development:แอปพลิเคชัน ดีวีลอปเม้น:การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์

Data Manipulation Language : DML:ดาต้ามินิพลูเรชัน แลงกริช:การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในฐานข้อมูล

Subject Area Database : SADB:ซับเจค แอเรียล ดาต้าเบส:ฐานข้อแมลซับเจคแอเรียล

Analytical Database:อแนลรี่ทิเคิล ดาต้าเบส:ฐานข้อมูลเชิงวิเคราะห์

Multidimensional Database:มิลทินิเม้นซินอล ดาต้าเบส:การจัดเก็บข้อมูลที่สามารถแสดงผลได้หลายมิติ

Data Warehouses: ดาต้า แวร์เฮาส : คลังข้อมูล

Distributed Databases: ดิสไทบูล ดาต้าเบส:ฐานข้อมูลแบบกระจาย

End User Databases: เอน ยูสเซอ ดาต้าเบส:ฐานข้อมูลผู้ใช้

Field:ฟิวส์:เขตข้อมูล หน่วยของข้อมูลที่ประกอบขึ้นจากตัวอักขระตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไปมารวมกัน

Record:รีครอท:ระเบียน หน่วยของข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการนำเอาเขตข้อมูลหลาย ๆเขตมารวมกัน

Table:เทเบิล:ตาราง เป็นการเก็บข้อมูลในรูปแบบของข้อมูล

Entity:เอ็นทิตี้:ชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลไว้

InfraStucture Management:อินฟราสตักเจอ เมนเนทเม้น:การจัดการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

-บทที่6

13. ให้นักศึกษาอธิบายความหมายของส่วนและปุ่มต่าง ๆ

1. คือ เฟรม ที่ใช้แสดงลำดับภาพนิ่งแต่ละส่วน

2. คือ ตัวกำหนดเวลาในการแสดงผล

3. คือ ปุ่มควบคุมการวนซ้ำ ถ้า Forever คือวนรอบไปเรื่อย ๆ ถ้าวนรอบ 1 รอบใช้ Once

4. คือ ปุ่มควบคุม ที่ใช้แสดงตัวอย่างของภาพ Animation หรือจะกระโดดไปที่เฟรมอื่น ๆ ตามสที่ต้องการก็ได้

5. คือ ปุ่มสร้างภาพ Animation อย่างต่อเนื่อง ที่โปรแกรมคำนวณอยู่ระหว่างเฟรมเริ่มต้นและเฟรมสุดท้าย

6. คือ ปุ่มสร้างเฟรมใหม่ ซึ่งจะใช้เมื่อต้องการสร้างรูปแบบการเคลื่อนไหวใหม่ ๆ เข้าไป

7. คือ ปุ่มลบเฟรม เอาไว้ลบเฟรมที่ไม่ต้องการทิ้งไป

14. ให้นักศึกษาอธิบายวิธีการสร้างตัวอักษรเคลื่อนไหวแบบ Fade


1. เปิดไพล์ภาพขึ้นมา โดยไปที่เมนู File ->Opne -> จากนั้นไปเลือกชื่อไพล์ที่ต้องการเปิดและคลิก Opne

2. กำหนดขนาดของภาพให้มีขนาดความกว้าง 444 pixels จากนั้นไปเปิดไพล์อื่นออกมาอีก 3 ไพล์และคัดลอกมาไว้ที่ไพล์นี้

3. ไปเปิดที่เมนู Windows --->Animation และทำการ Duplicates Select Frames ขึ้นมาอีก 3 เฟรม

4. กด เพื่อเลือก frames ทั้งหมด จากนั้นตั้งเวลาโดยไปคลิกที่ปุ่มเฟรมสุดท้าย

5. จากนั้นคลิกที่เฟรมที่ 1 และคลิกเลเยอร์ให้แสดงเฉพาะอันแรก

6. เฟรมที่ 2 ให้คลิกเลือกเลเยอร์แรกกับเลเยอร์ที่ 2

7. กำหนดเฟรมที่ 1 เพื่อจะให้แสดงผลแบบ Fade โดยคลิกที่เฟรมที่ 1 จากนั้นไปเลือกที่เครื่องมือ Tweens Animation Framesเพื่อกำหนดให้แสดงผลและกำหนดจำนวณเฟรมเพิ่มขึ้นอีก 7 เฟรม แล้วตอบ OK

8. กำหนดเฟรมที่ 2 เพื่อจะให้แสดงผลแบบ Fade โดยคลิกที่เฟรมที่ 2 จากนั้นไปที่เครื่องมือ Tweens Animation Framesเพื่อกำหนดให้แสดงผลและกำหนดจำนวณเฟรมเพิ่มอีก 4 เฟรม แล้วตอบ OK

9. กำหนดเฟรมที่ 3 เพื่อจะให้แสดงผลแบบ Fade โดยคลิกที่เฟรมที่ 3 จากนั้นไปที่เครื่องมือ Tweens Animation Framesเพื่อกำนหดให้แสดงผลและกำนหดจำนวณเฟรมเพิ่มอีก 9 เฟรม แล้วตอบ OK

10. กำหนดเฟรมที่ 4 เพื่อจะให้แสดงผลแบบ Fade โดยคลิกที่เฟรมที่ 4 จากนั้นไปที่เครื่องมือ Tweens Animation Framesเพื่อกำหนดให้แสดงผลและกำหนดจำนวณเฟรมเพิ่มอีก 3 เฟรม แล้วตอบ OK

15. ให้นักศึกษาอธิบายวิธีการสร้าง Gallrey ภาพถ่ายให้กับเว็บไซต์

1. สร้างโฟลดอร์ไว้สำหรับเก็บไพล์ที่ต้องการ

2. สร้างไพล์ขนาด 400 pixels * 300 pixels แล้วเก็บไว้ในโฟลเดอร์ดังกล่าว

3. ไปที่เมนู File -->Automate -->Wed Photo Gallery จะปรากฏหน้าจอ

4.เลือกรูปแบบหรือสไตล์ที่ชอบ คลิกเลือกปุ่มโฟลเดอร์แหล่งของภาพที่สร้างไว้ คลิกเลือกเส้นทางที่จะเก็บงานที่ส้รางGallery เลือกคุณสมบัติของภาพ แล้วตอบ OK จะได้ภาพที่ต้องการในรูปแบบ html

-แบบฝึกหัดบทที่5

1. ให้นักศึกษาอธิบายการสร้างปุ่มและอักษร 3 มิต

1. สร้างไพล์ขึ้นมาใหม่โดยไปที่เมนู File-->New จากนั้นกำหนดขนาดความกว้าง 300 pixelsความสูง 135 pixels และความละเอียด 72 pixels/inch ชนิดเป็น RGB Corol พื้นเป็น Whiteแล้วคลิกปุ่ม OK

2. เลือกเครื่องมือ rectangular tool แดรกเมาส์ตีกรอบสี่เหลี่ยม

3. ไปเลือกเครื่องมือ Gradient tool เลือกรายละเอียดรูปแบบการแสดงผล และ สี โดยเลือกสีเหลืองแล้วไล่เฉดจากเหลืองเข้มไปหาสีขาว จากนั้นไปแดรกเมาส์จากซ้ายมาขวา

4. ย่อเส้นปะเข้ามาอีก 10 จุด โดยไปที่เมนู Select-->Modify-->Contract ใส่ตัวเลข 10 pixelsแล้วกดปุ่ม OK

5. แดรกเมาส์จากด้านขาวมาด้านซ้าย ทำการยกเลิกการเลือกโดยไปที่ Select-->Deselect

6. ไปที่เครื่องมือ Type tool เลือกสี fore ground สี แดง แล้วมาคลิกในปุ่มเพื่อพิมพ์ข้อความมว่า 3Dและย้ายข้อความมาไว้ตรงกลาง โดยเลือกชนิดอักษร Arial Black ขนาด 79 pt และเลือกสีเป็นสีแดง

7. ไปที่เมนู Layer-->Type-->Convert to Shape จะปรากฏกรอบรอบข้อความ จากนั้นไปที่เมนูEdit-->Transform-->Perspective ดแรกเมาส์ที่มุมเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นรูปทรงที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Enter เมื่อได้ภาพที่ต้องการ

8. ทำอักษรให้นูน โดยไปที่เมนู Layer-->Layer Style-->bevet and Emboss

9. จากนั้นจะปรากฏรายละเอียดต่าง ๆ ให้เลือก ลองเลือกคลิก [/] เพื่อดูรูปแบบการแสดงผลแบบต่าง ๆและเลือกสีตามต้องการ

10. เลือกเสร็จกด OK



2. ให้นักศึกษาอธิบายวิธีการสร้างตัวอักษรลำแสง

1. สร้างไพล์ใหม่ขนาด 500 pixels * 350 pixels และความละเอียด 100 pixels/inchและขึ้นเป็นสีขาว

2. เลือกเครื่องมือ Paint tool เทสีดำลงในเลเยอร์ Background และไปที่เครื่องมือ Type toolเลือกฟอนต์ Arial ตัวหนาขนาด 29 pt สีขาว แล้วพิมพ์ข้อความว่า KITTKHAN

3. กดคีย์บอร์ด [Ctrl+J] เพื่อ Duplicate Layers จากนั้นเปลี่ยนสีตัวอักษรที่ Layers kittkhancopy ให้เป็นสีดำ ทำการซ่อน Layers Layer kittkhan copy จากนั้นคลิกรวมเลเยอร์ Backgroundและ layer kittkhan copy [Ctrl + E รวมเลเยอร์]

4. ไปที่เมนู Filter-->Stylize-->Wind แล้วเลือก [/]Wind และ [/]From the Right

5. กดคีย์บอร์ด [Ctri+J] เพื่อ Dsuplicate layers แล้วไปที่เมนู Filter-->Stylize-->Windแล้วเลือก [/]Wind และ [/]From the Left ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการทำหัวข้อแบบลำแสงกระจายทั้งสองด้าน

12.ให้นักศึกษาอธิบายความหมายของเครื่องมือต่อไปนี้






1. Link layer คือการเชื่อมโยง layer

2. Add a layer Style คือส่วนที่ใส่ Effect เช่น แสง เงา

3. Add a mask คือส่วนที่ใช้เพิ่มเติม Mask หรือ เพิ่ม 1 layer

4. Create new fill or adjustment layer คือส่วนที่ใช้ปรับค่าสี ความคมชัด แสงและความสว่าง

5. Create a new group คือส่วนที่ใช้กระดาษทำการใหม่ โดยคัดลอกภาพจากลำดับทาชี้อยู่

6. Create a new layer คือใช้สำหรับสร้าง layer ใหม่

7. Delete layer คือใช้สำหรับลบ layer

-แบบฝึกหัดบทที่4

1. ให้นักศึกษาบอกข้อดีของ Adobe Photoshop CS3 พร้อมทั้งอธิบายSingie Column Toolber เมนูนี้เปลี่ยนไปจากCS2 คือมี 2 แถวในเวอร์ชี่น 3 เหลือ แถวเดียว นับว่าประหยัดพื้นที่Quick Selection เป็นเครื่องมือการเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาBlack and White ให้ในการเปลี่ยนภาพของคุณให้เป็นโทนขาวดำ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมAuto Align และ Auto Blend ช่วยจัดเรียงภาพของคุณที่ใกล้เคียงให้โดยอัตโนมัติBridge ที่พัฒนาใหม่ให้ไฉไลยิ่งขึ้นแตกต่างจากเวิอร์ชั่นจากหน้ามือเป็นหลังมือ เป็นต้น
2. ให้นักศึกษาบอกเครื่องหมายของเครื่องมือใน Adobe Photoshop CS3 พร้อมอธิบาย



1. Move Tool ใช้ในการเลื่อน Layer และ Gude ต่าง ๆ

2. Marquee Tool ใช้ในการเลือกสี่เหลี่ยมผืนผ้า วงกลม ฯลฯ

3. Lasso Tool ใช้ในการเลือกแบบอิสระ

4. Magic Wand Tool ใช้ในการเลือกโดยอาศัยความสว่างและโทนสี

5. Crop Tool ใช้ในการเลือกบางส่วนของรูปภาพ

6. Slice Tool ใช้ในการสร้าง Slice หรือรูปย่อย ๆ

7. Healing Brush Tool ใช้ในการระบายสี ซ่อมแซมรูปภาพให้สมบูรณ์

8. Brush Tool ใช้ในการวาดเส้น

9. Clone Stamp Tool ใช้ในการคัดลอกรูปโดยอาศัยรูปภาพต้นฉบับ

10. History Brush Tool ใช้ในการกลับคืนรูปภาพเดิม

11. Eraser Tool ใช้ในการลบรูปภาพหรือลบบางส่วน

12. Paint Bucket Tool ใช้ในการเติมสี Fill ในบริเวณที่เป็นสีเดียวกัน

13. Smudge Tool ใช้ในการดึงสีให้ไปใกล้กัน

14. Burn Tool ใช้ลดความสว่าง ทำให้ภาพดูมืดลง

15. Pen Tool ใช้ในการลากเส้น path

16. Type Tool ใช้ในการพิมพ์ตัวอักษร

17. Path Selection Path ใช้ในการเลือก Shape หรือ Path

18. Custom Shape Tool ใช้เลือกรูปภาพที่มีรูปร่างเฉพาะ

19. Animations Tool ใช้เขียนโน้ต หรือแนบเสียงไปกับรูปภาพได้

20. Eyedropper Tool ใช้ในการดูดสีจากรูปภาพ

21. Hand Tool ใช้เลื่อนภาพที่อยู่หน้าต่างเดียวกัน

22. Zoom Tool ใช้ย่อ-ขยายภาพ